นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.มติชน กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ซึ่งเป็นวันที่หนังสือพิมพ์มติชนได้ดำเนินกิจการเข้าสู่ปีที่ 32 จึงร่วมมือกับมูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ มูลนิธิ บรรจง พงศ์ศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ และกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม จัดทำโครงการ "ตู้อักษร ซ่อนปัญญา" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการอ่านหนังสือแก่เยาวชน และสนับสนุนหนังสือที่ดีมีคุณภาพแก่ห้องสมุดโรงเรียนที่ขาดแคลน โดยเน้นโรงเรียนที่เกณฑ์การศึกษาต่ำกว่ามาตรฐาน จำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพ รวมทั้งประสาน สพฐ.เพื่อเสาะหาโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาที่มีผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน เบื้องต้น 100 แห่ง
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงิน เพื่อซื้อหนังสือและตู้ โรงเรียนละ 1 ตู้ ตู้ละ 25,000 บาทนั้น ล่าสุดมียอดเมื่อวันที่ 24 ก.พ.พบว่ายอดบริจาคสูงถึง 5,664,898 บาท โดยสามารถบริจาคได้ถึง 226 โรงเรียน โดยเบื้องต้นมีความพร้อมในการส่งมอบหนังสือและตู้แก่โรงเรียน 100 แห่งแรก จึงจัดพิธีส่งมอบในวันนี้ก่อน ส่วนโรงเรียนที่เหลือคาดว่าจะได้รับภายในมีนาคมนี้
ด้านนายจุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกดีใจที่เข้ามาเป็นส่วนร่วมในโครงการ โดยเป็นหนึ่งในผู้บริจาค ซึ่งโครงการนี้นอกจากจะช่วยเหลือการศึกษาและส่งเสริมการอ่านแล้ว ยังเป็นการระดมความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมต่อการศึกษา สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการส่งเสริมการอ่านนั้น ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญประการหนึ่ง โดยในสัปดาห์หน้าตนจะลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาส่งเสริมการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเป็นการเรียนรู้อย่างแท้จริงไปตลอดชีวิต
"ขอฝากผู้อำนวยการสถานศึกษาทุกท่านที่ได้รับหนังสือพร้อมตู้ที่ไปตั้งในสถานที่ศึกษา ให้บริหารจัดการด้วยวิธีการต่างๆ ที่จะ ทำให้เด็กรักหนังสือ รักที่จะศึกษาหาความรู้และได้รับประโยชน์สูงสุดจาก ตู้อักษร ซ่อนปัญญา นี้ ตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาคและเจ้าของโครงการ" นายจุรินทร์ กล่าว
ขณะที่นายวินัย รอดจ่าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ.รู้สึกซาบซึ้งในโครงการดังกล่าว จากที่รับบริจาคจนได้เกินกว่าเป้าหมาย เพราะทราบว่าโครงการนี้ เบื้องต้นจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 100 โรงเรียนทั่วประเทศ แต่เมื่อประสานมาทาง สพฐ.เพื่อขอรายชื่อโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น ทางเราก็ดำเนินการจนแล้วเสร็จ นอกจากนี้ ขอฝากถึงผู้เกี่ยวข้องขอให้นำสิ่งที่ได้รับบริจาคไปนั้น นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนให้มากที่สุด แหล่งข้อมูล
Showing posts with label ห้องสมุด. Show all posts
Showing posts with label ห้องสมุด. Show all posts
Wednesday, February 25, 2009
Thursday, July 31, 2008
“มหกรรมรักการอ่าน” 4-8 ก.ย.ที่อิมแพค เมืองทองธานี
ศธ.ทุ่มงบ 13 ล้านจัดงาน “มหกรรมรักการอ่าน” 4-8 ก.ย.โดยมีนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระพี่นางฯ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน-เศรษฐกิจพอเพียง พร้อมแจกคูปองเด็กด้อยโอกาสซื้อหนังสือคนละ 300 บาท ให้ครูบรรณารักษ์ซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดโรงเรียนละ 1 หมื่น
นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษากระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน กับ “มหกรรมรักการอ่าน” ครั้งที่ 2/2551 โดยมี นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ว่า หน่วยงานต่างๆ ได้นำเสนอกิจกรรมที่ดูแลรับผิดชอบในงานมหกรรมที่รักการอ่าน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 ก.ย.ที่ อิมแพค เมืองทองธานี โดยมี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งงานนี้จะใช้งบประมาณ 13 ล้านบาท
ภายในงานจะมีนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านแบ่งเป็นเมืองย่อยๆ ได้แก่ เมืองเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มีสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ดูแล เมืองการศึกษาตลอดชีวิตและเศรษฐกิจพอเพียงมีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ดูแลมีการนำห้องสมุดของหน่วยงานต่างๆ เช่น ห้องสมุด กศน.ที เคปาร์ค กทม.มานำเสนอ รวมถึงสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา (อีทีวี) เพื่อให้เห็นว่าแหล่งเรียนรู้มีความหลากหลาย และเชิญโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่นใน 12 เขตตรวจราชการมานำเสนอด้วย
จุดเด่นของงานอยู่ที่ เมืองแห่งนวัตกรรมการเรียนรู้มีนิทรรศการอุดมศึกษาเน้นการพัฒนานวัตกรรมในการอ่านเช่น การใช้เทคโนโลยีไอซีทีเพื่อการอ่าน การใช้สื่อเทคโนโลยีใหม่ๆในการอ่านและเทคนิคการอ่านในประเทศต่างๆ มีสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) รับผิดชอบ และเมืองแห่งแรงบันดาลใจมีการนำอาร์-เรดิโอของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา(สอศ.) มานำเสนอการอ่านเพื่อสอนให้เด็กอ่านเพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพ และมีกิจกรรมแข่งขันการอ่านต่างๆ และมีการแสดงบนเวทีของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ และนำผลงานของแต่ละเมืองมาแสดงบนเวทีและเสวนาเชิงวิชาการ
สำหรับงานนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะนำนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆในเขตพื้นการศึกษาทั่วประเทศมาเที่ยวงาน พร้อมแจกคูปองมูลค่า 300 บาทให้แก่เด็กด้อยโอกาส เลือกซื้อหนังสือ รวมถึงมีการอบรมครูบรรณารักษ์ จำนวน 91 โรงเรียน และให้งบครูบรรณารักษ์โรงเรียนละ 1 หมื่นบาทเพื่อจัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดโรงเรียน
จาก ผู้จัดการออนไลน์ 30 กค.2551
นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษากระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน กับ “มหกรรมรักการอ่าน” ครั้งที่ 2/2551 โดยมี นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ว่า หน่วยงานต่างๆ ได้นำเสนอกิจกรรมที่ดูแลรับผิดชอบในงานมหกรรมที่รักการอ่าน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 ก.ย.ที่ อิมแพค เมืองทองธานี โดยมี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งงานนี้จะใช้งบประมาณ 13 ล้านบาท
ภายในงานจะมีนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านแบ่งเป็นเมืองย่อยๆ ได้แก่ เมืองเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มีสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ดูแล เมืองการศึกษาตลอดชีวิตและเศรษฐกิจพอเพียงมีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ดูแลมีการนำห้องสมุดของหน่วยงานต่างๆ เช่น ห้องสมุด กศน.ที เคปาร์ค กทม.มานำเสนอ รวมถึงสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา (อีทีวี) เพื่อให้เห็นว่าแหล่งเรียนรู้มีความหลากหลาย และเชิญโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่นใน 12 เขตตรวจราชการมานำเสนอด้วย
จุดเด่นของงานอยู่ที่ เมืองแห่งนวัตกรรมการเรียนรู้มีนิทรรศการอุดมศึกษาเน้นการพัฒนานวัตกรรมในการอ่านเช่น การใช้เทคโนโลยีไอซีทีเพื่อการอ่าน การใช้สื่อเทคโนโลยีใหม่ๆในการอ่านและเทคนิคการอ่านในประเทศต่างๆ มีสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) รับผิดชอบ และเมืองแห่งแรงบันดาลใจมีการนำอาร์-เรดิโอของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา(สอศ.) มานำเสนอการอ่านเพื่อสอนให้เด็กอ่านเพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพ และมีกิจกรรมแข่งขันการอ่านต่างๆ และมีการแสดงบนเวทีของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ และนำผลงานของแต่ละเมืองมาแสดงบนเวทีและเสวนาเชิงวิชาการ
สำหรับงานนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะนำนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆในเขตพื้นการศึกษาทั่วประเทศมาเที่ยวงาน พร้อมแจกคูปองมูลค่า 300 บาทให้แก่เด็กด้อยโอกาส เลือกซื้อหนังสือ รวมถึงมีการอบรมครูบรรณารักษ์ จำนวน 91 โรงเรียน และให้งบครูบรรณารักษ์โรงเรียนละ 1 หมื่นบาทเพื่อจัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดโรงเรียน
จาก ผู้จัดการออนไลน์ 30 กค.2551
Tuesday, July 29, 2008
เปิดศูนย์กลางทรัพยากรความรู้ดิจิทัล
เปิดศูนย์กลางทรัพยากรความรู้ดิจิทัล
มจธ.วางเป้าหมายที่จะให้บริการห้องสมุดดิจิทัลที่ทันสมัย และได้รับการยอมรับจากชุมชนการศึกษาในไทยว่าเป็น “ศูนย์กลางทรัพยากรด้านความรู้” (Knowledge Resource Center) โดย จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานแลกเปลี่ยนข้อมูลการเรียนการสอน การทำงานวิจัยทั้งใน และนอกมหาวิทยาลัย เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างนักศึกษาและ ผู้สอน อ่านรายละเอียด
มจธ.วางเป้าหมายที่จะให้บริการห้องสมุดดิจิทัลที่ทันสมัย และได้รับการยอมรับจากชุมชนการศึกษาในไทยว่าเป็น “ศูนย์กลางทรัพยากรด้านความรู้” (Knowledge Resource Center) โดย จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานแลกเปลี่ยนข้อมูลการเรียนการสอน การทำงานวิจัยทั้งใน และนอกมหาวิทยาลัย เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างนักศึกษาและ ผู้สอน อ่านรายละเอียด
Thursday, March 06, 2008
ปรับหอสมุดแห่งชาติขึ้นชั้นอินเตอร์
วธ.ปรับหอสมุดแห่งชาติขึ้นชั้นอินเตอร์
รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของวธ. วันที่ 5 มี.ค.ว่า นโยบายเร่งด่วนที่ตนให้ความสำคัญ คือ การพัฒนาหอสมุดแห่งชาติ ให้ทันสมัยสอดคล้องกับเทคโนโลยี ไม่ใช่สืบค้นข้อมูลลำบาก เพราะหอสมุดแห่งชาติเป็นหน้าตาของประเทศ ซึ่งตนเห็นว่าในหลายประเทศได้พัฒนาหอสมุดแห่งชาติของตนเองให้มีคุณภาพ มีการนำเสนอที่น่าสนใจ เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้า จนสามารถกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ดังนั้น ประเทศไทยก็ต้องพัฒนาหอสมุดแห่งชาติให้มีความทันสมัย มีหนังสือที่หลากหลายเหมือนกับนานาประเทศ เพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนอยากเข้าหอสมุด และอ่านหนังสือมากขึ้นด้วย
รมว.วธ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับการพัฒนาบุคลากรของหอสมุดแห่งชาติก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งวธ.จะต้องเปลี่ยนแนวความคิดของบุคลากรจากการยึดติดหวงหนังสือไม่ยอมให้ประชาชนเปิดดู หน้าตาบึ้งตึง มาเป็นยิ้มแย้มและยินดีให้บริการ ตลอดจนสามารถใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล หรือเชื่อมโยงข้อมูลในการบริการประชาชนได้ด้วย นอกจากนี้ ตนเห็นว่า การที่เด็กและเยาวชนรวมถึงประชาชนเข้าไปใช้บริการหอสมุดแห่งชาติ น้อย เพราะหลักสูตรการศึกษาของไทยยังใช้ระบบท่องจำมากกว่าการสอนให้ค้นคว้า ซึ่งถ้าปรับเปลี่ยนระบบนี้ได้เชื่อว่าจะทำให้คนไทยอ่านหนังสือและเข้าห้องสมุดมากขึ้นได้เช่นกัน
“ผมมีเป้าหมายที่จะพัฒนาหอสมุดแห่งชาติ และห้องสมุดประจำจังหวัดทั่วประเทศ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชน แต่ต้องเป็นแบบต้องค่อยเป็นค่อยไป หากจำเป็นต้องใช้งบฯในการพัฒนาผมก็พร้อมจะเสนอขอจากรัฐบาล ทั้งนี้ผมได้มอบหมายให้กรมศิลปากรที่กำกับดูแลหอสมุดแห่งชาติ สรุปปัญหา รวมถึงความคืบหน้าการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ เสนอต่อที่ ประชุมทุกสัปดาห์ด้วย และอยากฝากถึงข้าราชการประจำหอสมุดแห่งชาติว่า ถ้ายังไม่ยอมปรับตัวในการให้บริการผมก็จะแขวนขึ้นหิ้งให้หมด และขอย้ำกับผู้บริหารระดับสูงด้วยว่า โครงการที่ดีของรัฐบาลชุดเก่าต้องสานต่อให้เสร็จ และไม่อยากให้คิดว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ไม่นาน แต่ขอให้คิดว่าภายใน 4 ปีนี้ จะทำอะไรให้ประชาชนได้บ้าง” รมว.วธ.กล่าว.แหล่งข้อมูล
หอสมุดแห่งชาติ
"อนุสรณ์" ชูพัฒนาหอสมุดแห่งชาติ เน้นระบบทันสมัย-บุคลากรปรับตัว
นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวหลังประชุมประจำสัปดาห์กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงวัฒนธรรมว่า ที่ประชุมหารือแผนปฏิบัติราชการกระทรวงทั้งระยะ 1 ปี และ 4 ปี เพื่อรองรับนโยบายรัฐบาล ซึ่งโครงการที่ดีที่รัฐบาลเก่าและคุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ อดีต รมว.วัฒนธรรม ทำไว้ต้องนำมาสานต่อ และย้ำกับผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมว่า อย่าคิดว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่นาน หรือคอยทำโครงการสนองแต่รัฐบาลชุดนี้สิ่งสำคัญต้องดูโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนระยะยาวเป็นหลัก
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า นโยบายเร่งด่วนที่สุดและจะสร้างเป็นผลงานชิ้นโบแดง คือ การพัฒนาหอสมุดแห่งชาติให้ทันสมัยสอดคล้องกับเทคโนโลยีและยุคสมัย เพราะหอสมุดแห่งชาติถือเป็นหน้าตาของประเทศไทย หากจำเป็นต้องใช้งบพัฒนาหอสมุดแห่งชาติและหอสมุดประจำจังหวัดทั่วประเทศจะเสนอของบให้เต็มที่และส่งเสริมให้เด็กไปห้องสมุด เกิดความรักและหวงแหน ซึ่งต้องเริ่มจากการพัฒนาบุคลากรหอสมุดให้มีศักยภาพในการให้บริการแบบค่อยเป็นค่อยไป ปรับแนวความคิดให้บริการหอสมุดในรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ถ้าข้าราชการประจำหอสมุดแห่งชาติและหอสมุดประจำจังหวัดทั่วประเทศไม่ยอมปรับตัว จะแขวนบุคลากรเหล่านี้ขึ้นหิ้งให้หมด
Thailand Libraries Gallery
นวัตกรรมห้องสมุดและการจัดการความรู้
รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของวธ. วันที่ 5 มี.ค.ว่า นโยบายเร่งด่วนที่ตนให้ความสำคัญ คือ การพัฒนาหอสมุดแห่งชาติ ให้ทันสมัยสอดคล้องกับเทคโนโลยี ไม่ใช่สืบค้นข้อมูลลำบาก เพราะหอสมุดแห่งชาติเป็นหน้าตาของประเทศ ซึ่งตนเห็นว่าในหลายประเทศได้พัฒนาหอสมุดแห่งชาติของตนเองให้มีคุณภาพ มีการนำเสนอที่น่าสนใจ เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้า จนสามารถกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ดังนั้น ประเทศไทยก็ต้องพัฒนาหอสมุดแห่งชาติให้มีความทันสมัย มีหนังสือที่หลากหลายเหมือนกับนานาประเทศ เพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนอยากเข้าหอสมุด และอ่านหนังสือมากขึ้นด้วย
รมว.วธ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับการพัฒนาบุคลากรของหอสมุดแห่งชาติก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งวธ.จะต้องเปลี่ยนแนวความคิดของบุคลากรจากการยึดติดหวงหนังสือไม่ยอมให้ประชาชนเปิดดู หน้าตาบึ้งตึง มาเป็นยิ้มแย้มและยินดีให้บริการ ตลอดจนสามารถใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล หรือเชื่อมโยงข้อมูลในการบริการประชาชนได้ด้วย นอกจากนี้ ตนเห็นว่า การที่เด็กและเยาวชนรวมถึงประชาชนเข้าไปใช้บริการหอสมุดแห่งชาติ น้อย เพราะหลักสูตรการศึกษาของไทยยังใช้ระบบท่องจำมากกว่าการสอนให้ค้นคว้า ซึ่งถ้าปรับเปลี่ยนระบบนี้ได้เชื่อว่าจะทำให้คนไทยอ่านหนังสือและเข้าห้องสมุดมากขึ้นได้เช่นกัน
“ผมมีเป้าหมายที่จะพัฒนาหอสมุดแห่งชาติ และห้องสมุดประจำจังหวัดทั่วประเทศ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชน แต่ต้องเป็นแบบต้องค่อยเป็นค่อยไป หากจำเป็นต้องใช้งบฯในการพัฒนาผมก็พร้อมจะเสนอขอจากรัฐบาล ทั้งนี้ผมได้มอบหมายให้กรมศิลปากรที่กำกับดูแลหอสมุดแห่งชาติ สรุปปัญหา รวมถึงความคืบหน้าการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ เสนอต่อที่ ประชุมทุกสัปดาห์ด้วย และอยากฝากถึงข้าราชการประจำหอสมุดแห่งชาติว่า ถ้ายังไม่ยอมปรับตัวในการให้บริการผมก็จะแขวนขึ้นหิ้งให้หมด และขอย้ำกับผู้บริหารระดับสูงด้วยว่า โครงการที่ดีของรัฐบาลชุดเก่าต้องสานต่อให้เสร็จ และไม่อยากให้คิดว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ไม่นาน แต่ขอให้คิดว่าภายใน 4 ปีนี้ จะทำอะไรให้ประชาชนได้บ้าง” รมว.วธ.กล่าว.แหล่งข้อมูล
หอสมุดแห่งชาติ
"อนุสรณ์" ชูพัฒนาหอสมุดแห่งชาติ เน้นระบบทันสมัย-บุคลากรปรับตัว
นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวหลังประชุมประจำสัปดาห์กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงวัฒนธรรมว่า ที่ประชุมหารือแผนปฏิบัติราชการกระทรวงทั้งระยะ 1 ปี และ 4 ปี เพื่อรองรับนโยบายรัฐบาล ซึ่งโครงการที่ดีที่รัฐบาลเก่าและคุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ อดีต รมว.วัฒนธรรม ทำไว้ต้องนำมาสานต่อ และย้ำกับผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมว่า อย่าคิดว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่นาน หรือคอยทำโครงการสนองแต่รัฐบาลชุดนี้สิ่งสำคัญต้องดูโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนระยะยาวเป็นหลัก
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า นโยบายเร่งด่วนที่สุดและจะสร้างเป็นผลงานชิ้นโบแดง คือ การพัฒนาหอสมุดแห่งชาติให้ทันสมัยสอดคล้องกับเทคโนโลยีและยุคสมัย เพราะหอสมุดแห่งชาติถือเป็นหน้าตาของประเทศไทย หากจำเป็นต้องใช้งบพัฒนาหอสมุดแห่งชาติและหอสมุดประจำจังหวัดทั่วประเทศจะเสนอของบให้เต็มที่และส่งเสริมให้เด็กไปห้องสมุด เกิดความรักและหวงแหน ซึ่งต้องเริ่มจากการพัฒนาบุคลากรหอสมุดให้มีศักยภาพในการให้บริการแบบค่อยเป็นค่อยไป ปรับแนวความคิดให้บริการหอสมุดในรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ถ้าข้าราชการประจำหอสมุดแห่งชาติและหอสมุดประจำจังหวัดทั่วประเทศไม่ยอมปรับตัว จะแขวนบุคลากรเหล่านี้ขึ้นหิ้งให้หมด
Thailand Libraries Gallery
นวัตกรรมห้องสมุดและการจัดการความรู้
Subscribe to:
Posts (Atom)