มติคณะรัฐมนตรี -- พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2009 15:43:58 น.
คณะรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องการส่งเสริมการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ แล้วมีมติเห็นชอบ ดังนี้
1. กำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ
2. กำหนดให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปีเป็นวันรักการอ่าน
3. กำหนดให้ปี พ.ศ. 2552 — 2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน
4. กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นกลไกขับเคลื่อนการส่งเสริมการอ่านให้เกิดเป็นรูปธรรม
การส่งเสริมการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีสาระสำคัญดังนี้
1. วิสัยทัศน์ คนไทยทุกคนได้รับการพัฒนาความสามารถและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านเพิ่มขึ้น ด้วยบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านเพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
2. พันธกิจ
(1) ปลูกฝังคุณค่าการอ่านทุกรูปแบบ เพื่อเป็นวิถีในการค้นหาความรู้ และเรียนรู้ตลอดชีวิต แก่คนไทยทุกวัย
(2) พัฒนาความสามารถในการอ่าน เขียน และสื่อสารเชิงคิด วิเคราะห์ของคนไทยเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
(3) พัฒนาสื่อ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และสร้างพื้นที่การอ่านเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
(4) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์
3. เป้าหมาย คนไทยได้รับการพัฒนาความสามารถในการอ่านและการรู้หนังสือ ภายในปี พ.ศ. 2555 โดยมีเป้าหมาย ดังนี้
(1) ประชากรวัยแรงงานที่เป็นผู้รู้หนังสือในระดับใช้งานได้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 97.21 เป็นร้อยละ 99.00
(2) ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปที่สามารถอ่านออกเขียนได้มีเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 92.64 เป็นร้อยละ 95.00
(3) ค่าเฉลี่ยในการอ่านหนังสือของคนไทยเพิ่มขึ้นจากปีละ 5 เล่ม เป็นปีละ 10 เล่มต่อคน
(4) แหล่งการอ่านได้รับการพัฒนาและเพิ่มจำนวนให้สามารถจัดบริการได้ครอบคลุมทุกตำบล/ชุมชน อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
(5) การสร้างภาคีเครือข่ายการอ่านเพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน
4. ยุทธศาสตร์
(1) พัฒนาคนไทยให้มีความสามารถในด้านการอ่าน โดยรณรงค์การอ่านเขียนภาษาไทย ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทย รวมทั้งบริหารจัดการและสร้างภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาความสามารถในด้านการอ่านของคนไทย
(2) พัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่าน โดยปลูกฝังและสร้างทัศนคติคนไทยให้เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการอ่านหนังสือและสื่อทุกรูปแบบ ส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการเป็นภาคีเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน และกำหนดมาตรการจูงใจให้ภาคีเครือข่ายร่วมส่งเสริมการอ่านในสังคมไทย
(3) สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการส่งเสริมการอ่าน โดยแสวงหาภาคีเครือข่ายในการ เสริมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อม พัฒนาและเพิ่มจำนวนแหล่งการเรียนรู้ให้สามารถจัดบริการได้ครอบคลุมทุกตำบล/ชุมชน อย่างทั่วถึง ทันสมัย และมีคุณภาพ เพื่อทำให้การอ่านเป็นที่สนใจมากขึ้น
5. งบประมาณ
(1) งบประมาณสนับสนุนจากโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ของกระทรวงศึกษาธิการ
(2) งบประมาณปกติของหน่วยงานและภาคีเครือข่าย
แหล่งข้อมูล
Showing posts with label การอ่าน. Show all posts
Showing posts with label การอ่าน. Show all posts
Saturday, August 15, 2009
งานมหกรรมรักการอ่านเฉลิมพระเกียรติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ส.ค.) ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่นฮอลล์ เซ็นทรัลลาดพร้าว มีการจัดงานมหกรรมนวัตกรรมการอ่านเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และสร้างเสริมนิสัยรักการอ่านในเด็กและเยาวชนไทย จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ โดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติมหาราชินี โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 ส.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. และที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 ใน 75 จังหวัด พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งมหกรรมรักการอ่านที่จัดขึ้นนี้ จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการ และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็กและเยาวชน ตลอนจนประชาชนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จากการสำรวจเรื่องนิสัยรักการอ่าน ปี 2551 พบว่า เด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป อ่านหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือเรียน แต่เป็นหนังสือนอกเวลาเฉลี่ย 39 นาที และคนไทยทั่วประเทศอ่านหนังสือเพียง 5 เล่มต่อปี ดังนั้น การจัดกิจกรรมรักการอ่านหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะช่วยเพิ่มและสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้นกับคนไทยได้อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระราชทาน 10 กลวิธี สร้างนิสัยรักการอ่าน ได้แก่ 1.ใช้เวลาสบาย ๆ ของครอบครัว เพื่อส่งเสริมการอ่าน 2.เลือกหนังสือดีที่เด็กสนุก 3.ให้เด็กได้รู้เรื่องราวหลากหลายจากพหุวัฒนธรรม 4.มีกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด 5.ใช้ทักษะนาฎการในการเล่า 6.ใช้กิจกรรมศิลปะเชื่อมโยงกับการอ่าน 7.สอนให้รู้จักสกัดความรู้ และจับใจความสำคัญ 8.ต่อยอดจากประสบการณ์เดิมของผู้เรียน 9.นำเด็กสู่โลกวรรณคดี และ 10.พัฒนาทักษะไพรัชภาษาพาสู่โลกกว้าง เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้นำไปใช้ประโยชน์ ขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชินีฯ ยังได้ทรงพระราชวิจารณ์หนังสือไทยที่น่าอ่านสำหรับเด็กและเยาวชนไทย 6 เรื่อง ประกอบด้วย พระอภัยมณี รามเกียรติ์ นิทานชาดก อิเหนา พระราชพิธีสิบสองเดือน และกาพย์เห่เรือ เจ้าฟ้ากุ้ง ทั้งนี้ ศธ.จะน้อมนำหนังสือที่พระองค์ได้ทรงพระราชวิจารณ์ จัดซื้อเข้าห้องสมุดประชาชน และห้องสมุดของ กศน.ทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้อ่านหนังสือดีที่มีคุณค่า.
แหล่งข้อมูล
นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระราชทาน 10 กลวิธี สร้างนิสัยรักการอ่าน ได้แก่ 1.ใช้เวลาสบาย ๆ ของครอบครัว เพื่อส่งเสริมการอ่าน 2.เลือกหนังสือดีที่เด็กสนุก 3.ให้เด็กได้รู้เรื่องราวหลากหลายจากพหุวัฒนธรรม 4.มีกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด 5.ใช้ทักษะนาฎการในการเล่า 6.ใช้กิจกรรมศิลปะเชื่อมโยงกับการอ่าน 7.สอนให้รู้จักสกัดความรู้ และจับใจความสำคัญ 8.ต่อยอดจากประสบการณ์เดิมของผู้เรียน 9.นำเด็กสู่โลกวรรณคดี และ 10.พัฒนาทักษะไพรัชภาษาพาสู่โลกกว้าง เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้นำไปใช้ประโยชน์ ขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชินีฯ ยังได้ทรงพระราชวิจารณ์หนังสือไทยที่น่าอ่านสำหรับเด็กและเยาวชนไทย 6 เรื่อง ประกอบด้วย พระอภัยมณี รามเกียรติ์ นิทานชาดก อิเหนา พระราชพิธีสิบสองเดือน และกาพย์เห่เรือ เจ้าฟ้ากุ้ง ทั้งนี้ ศธ.จะน้อมนำหนังสือที่พระองค์ได้ทรงพระราชวิจารณ์ จัดซื้อเข้าห้องสมุดประชาชน และห้องสมุดของ กศน.ทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้อ่านหนังสือดีที่มีคุณค่า.
แหล่งข้อมูล
Subscribe to:
Posts (Atom)